ค่าธรรมเนียมโอนกรรมสิทธิ์ในไทย — กฎ 2% และมาตรการกระตุ้นเฉพาะคนไทย

ค่าธรรมเนียมโอนกรรมสิทธิ์ 2% ในไทยทำงานอย่างไร ใครเป็นผู้จ่าย มาตรการ 0.01% สำหรับคนไทยปี 2568–2569 และเหตุใดผู้ซื้อต่างชาติต้องจ่ายอัตราเต็ม

ค่าธรรมเนียมโอนกรรมสิทธิ์ 2% คือภาษีหลักในการทำธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ในไทย ชำระเป็นเงินสด (โดยปกติเป็นแคชเชียร์เช็ค) ให้กรมที่ดิน (Land Department) ณ วันโอน กลไกนี้ตรงไปตรงมาในหลักการ แต่มีรายละเอียดที่ส่งผลต่อสิ่งที่ผู้ซื้อต่างชาติต้องจ่ายจริง โดยเฉพาะมาตรการกระตุ้น 2568–2569 ที่ลดอัตราให้คนไทยเท่านั้น

บทความนี้ครอบคลุมอัตราค่าธรรมเนียม วิธีคำนวณ ผู้รับผิดชอบ และสิ่งที่ควรเจรจา

อัตราและฐานการคำนวณ

กรมที่ดินเรียกเก็บค่าธรรมเนียมโอนกรรมสิทธิ์เท่ากับ 2% ของราคาประเมิน เมื่อมีการเปลี่ยนมือกรรมสิทธิ์ที่ดินหรือห้องชุด ใช้กับ:

  • การซื้อขาย
  • การโอนเป็นของขวัญ (มีข้อยกเว้นจำกัดสำหรับสมาชิกในครอบครัว)
  • การโอนตามคำสั่งศาล
  • การเปลี่ยนมือกรรมสิทธิ์ส่วนใหญ่รูปแบบอื่น

ฐานคือ ราคาประเมิน ตามฐานข้อมูลของกรมธนารักษ์ ไม่ใช่ราคาขายที่ตกลงกันระหว่างคู่สัญญา สำหรับการซื้อขายมือสองส่วนใหญ่ ราคาขายมักสูงกว่าราคาประเมิน (เนื่องจากราคาประเมินมักต่ำกว่าตลาด 30–50%) เจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดิน (Land Office) จะใช้ค่าที่สูงกว่าระหว่างราคาประเมินกับราคาขายที่ประกาศ ดังนั้น 2% จะคำนวณจากตัวเลขที่สูงกว่า

สำหรับการขายของผู้พัฒนาโครงการใหม่ ราคาตามสัญญามักสูงกว่าราคาประเมิน ดังนั้น 2% จะคำนวณจากราคาตามสัญญา

มาตรการกระตุ้น 2568–2569 — สำหรับคนไทยเท่านั้น

ในปี 2567 รัฐบาลได้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยลดค่าธรรมเนียมโอนจาก 2% เหลือ 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยมูลค่าต่ำกว่า 7 ล้านบาท พร้อมกันนั้นยังลดค่าธรรมเนียมจดจำนองจาก 1% เหลือ 0.01% ในเกณฑ์เดียวกัน มาตรการนี้ขยายต่อเนื่องถึงปี 2568 และมีผลบังคับใช้จนถึง 30 มิถุนายน 2569 ตามการรายงานล่าสุด

อัตราลดพิเศษนี้ใช้ได้เฉพาะคนสัญชาติไทยเท่านั้น พระราชกฤษฎีกาจำกัดสิทธิประโยชน์ไว้สำหรับพลเมืองไทยที่ซื้อที่อยู่อาศัยเพื่อใช้อยู่เองเป็นการส่วนตัว ผู้ซื้อต่างชาติ รวมถึงชาวต่างชาติที่แต่งงานกับคนไทยโดยคู่สมรสต่างชาติเป็นผู้ซื้อที่จดทะเบียน ยังคงจ่ายอัตราเต็ม 2%

บางสำนักนายหน้าสื่อสารว่าต่างชาติอาจได้รับประโยชน์ในยูนิตที่มีมูลค่าต่ำกว่า 7 ล้านบาท ซึ่งไม่ถูกต้อง นักปฏิบัติ (Nishimura & Asahi, FRANK Legal & Tax) ยืนยันข้อจำกัดเฉพาะคนไทย สมมติฐานที่ปลอดภัยในการวางแผนคือต้องจ่าย 2% หากเจ้าหน้าที่ที่ดินใช้อัตราลด ให้ถือเป็นโบนัส

ธรรมเนียมการจ่ายที่เป็นปฏิบัติ

ตามธรรมเนียมปฏิบัติ ค่าธรรมเนียมโอนกรรมสิทธิ์แบ่งกัน 50/50 ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย นี่คือความคาดหวังเริ่มต้นในการทำธุรกรรมมือสองเมื่อ SPA ไม่ได้ระบุ

ในทางปฏิบัติ สัดส่วนการแบ่งจะแตกต่างกัน:

  • การซื้อขายมือสอง มักใช้การแบ่ง 50/50 หลังการเจรจาบ้าง
  • สัญญา SPA ของผู้พัฒนาโครงการใหม่ มักผลักภาระค่าธรรมเนียม 2% เต็มให้ผู้ซื้อ — นี่เป็นส่วนหนึ่งของการเจรจาราคาหลัก
  • ดีลที่ผู้ขายเร่งรีบหรือมีแรงกดดัน บางครั้งเพิ่มภาระให้ผู้ซื้อเพื่อแลกกับการลดราคา
  • ออฟแพลนที่มีแรงจูงใจด้านตารางการชำระเงิน อาจมีผู้พัฒนารับผิดชอบค่าธรรมเนียมเป็นส่วนลด

ธรรมเนียมปฏิบัติเป็นแค่ค่าเริ่มต้น ไม่ใช่กฎ SPA ควบคุมทุกอย่าง ควรระบุให้ชัดเจนในสัญญาว่าใครเป็นผู้จ่ายค่าธรรมเนียมโอน การปล่อยให้เป็น “ธรรมเนียมปฏิบัติ” เปิดช่องให้เกิดข้อพิพาทในวันโอน

ตัวอย่างการคำนวณ

ตัวอย่าง 1 — คอนโดมือสองในภูเก็ต ราคาขาย ฿10,000,000 ราคาประเมิน ฿7,000,000

  • ค่าที่สูงกว่าระหว่างราคาประเมินกับราคาขาย: ฿10,000,000 (ราคาขาย)
  • ค่าธรรมเนียมโอน: 2% × ฿10,000,000 = ฿200,000
  • แบ่ง 50/50: ฝ่ายละ ฿100,000

ตัวอย่าง 2 — คอนโดออฟแพลนในภูเก็ต ราคาตามสัญญา ฿12,000,000 ราคาประเมิน ฿8,000,000 ผู้ซื้อรับผิดชอบทั้งหมด

  • ค่าที่สูงกว่าระหว่างราคาประเมินกับราคาขาย: ฿12,000,000 (ราคาตามสัญญา)
  • ค่าธรรมเนียมโอน: 2% × ฿12,000,000 = ฿240,000
  • ผู้ซื้อรับผิดชอบทั้งหมด: ฿240,000

ตัวอย่าง 3 — โอนที่ดินวิลล่าภูเก็ตให้บริษัทที่คนไทยถือหุ้นใหญ่ ฿25,000,000

  • ค่าที่สูงกว่าระหว่างราคาประเมินกับราคาขาย: ฿25,000,000
  • ค่าธรรมเนียมโอน: 2% × ฿25,000,000 = ฿500,000
  • แบ่ง 50/50: ฝ่ายละ ฿250,000

ตัวอย่าง 4 — คอนโดมือสอง ฿6,000,000 ซื้อโดยคนสัญชาติไทย (มาตรการกระตุ้นใช้ได้)

  • ค่าที่สูงกว่าระหว่างราคาประเมินกับราคาขาย: ฿6,000,000
  • ค่าธรรมเนียมโอนพร้อมมาตรการกระตุ้น: 0.01% × ฿6,000,000 = ฿600
  • แบ่ง 50/50: ฝ่ายละ ฿300
  • (สำหรับผู้ซื้อต่างชาติในยูนิตเดียวกัน: 2% × ฿6,000,000 = ฿120,000)

มาตรการกระตุ้นนี้สร้างความแตกต่างด้านต้นทุนจริงที่มีนัยสำคัญสำหรับธุรกรรมมือสองของคนไทย สำหรับผู้ซื้อต่างชาติ ความไม่สมดุลนี้คงอยู่ถาวรในขณะนี้

ค่าใช้จ่ายที่รวมในวันโอน

ในวันโอน ผู้ซื้อมักชำระที่สำนักงานที่ดิน (Land Office):

  • ส่วนแบ่งค่าธรรมเนียมโอนของผู้ซื้อ
  • ค่าธรรมเนียมจดทะเบียนการเช่า (1% ของค่าเช่าทั้งหมด) หากเป็นสิทธิการเช่าระยะยาว (leasehold)
  • อากรแสตมป์ (stamp duty) 0.1% สำหรับการเช่าหากเป็น leasehold
  • ค่าธรรมเนียมตรวจสอบโควต้าต่างชาติ (เล็กน้อย สำหรับคอนโดเท่านั้น)
  • ค่าธรรมเนียมธุรการต่าง ๆ จำนวนเล็กน้อย

ค่าธรรมเนียมสำนักงานที่ดิน (Land Office) รวมทั้งหมดสำหรับการโอนคอนโดของผู้ซื้อต่างชาติทั่วไป (แบ่ง 50/50 กับผู้ขาย): ฿100,000–150,000 ต่อมูลค่าทรัพย์สิน ฿10 ล้าน

สำหรับรายละเอียดภาษีทั้งหมด รวมถึงภาษีธุรกิจเฉพาะ (Specific Business Tax, SBT) อากรแสตมป์ (stamp duty) และภาษีหัก ณ ที่จ่าย (withholding tax) (ซึ่งโดยธรรมเนียมเป็นของผู้ขาย): ภาษีและค่าธรรมเนียมเมื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไทย — ครบทุกรายการปี 2026

ค่าธรรมเนียมจดจำนอง — มาตรการกระตุ้นเฉพาะคนไทยเช่นกัน

ควบคู่กับค่าธรรมเนียมโอน ค่าธรรมเนียมจดจำนองมาตรฐาน 1% ถูกลดเหลือ 0.01% ภายใต้มาตรการกระตุ้นปี 2568–2569 เดียวกัน โดยมีข้อจำกัดเฉพาะคนไทยเหมือนกัน ผู้ซื้อต่างชาติที่ได้รับสินเชื่อธนาคารไทย (ซึ่งหายาก) สำหรับคอนโดที่ต่างชาติมีสิทธิ์ซื้อ ยังคงจ่ายอัตราเต็ม 1%

สำหรับผู้ซื้อต่างชาติส่วนใหญ่เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องในทางปฏิบัติ เพราะธนาคารไทยแทบไม่ปล่อยสินเชื่อให้ต่างชาติสำหรับที่อยู่อาศัย แต่เป็นส่วนหนึ่งของพระราชกฤษฎีกาเดียวกัน

การเจรจาใน SPA

การจัดสรรค่าธรรมเนียมโอนเป็นหนึ่งในรายการที่เจรจาได้ง่ายกว่าใน SPA มีสามรูปแบบ:

1. แบ่ง 50/50 (ค่าเริ่มต้น) สมเหตุสมผลที่สุด ตรงกับธรรมเนียมปฏิบัติ อธิบายได้ง่าย

2. ผู้ซื้อจ่ายทั้งหมด (SPA ของผู้พัฒนา) พบบ่อยในโครงการใหม่ บางครั้งสามารถเจรจาให้เป็น 50/50 หรือให้ผู้ขายรับผิดชอบบางส่วนเป็นการลดราคาได้

3. ผู้ขายจ่ายทั้งหมด (ผู้ขายเร่งรีบ มีแรงกดดัน หรือมีแรงจูงใจเชิงโครงสร้าง) พบน้อยกว่า ปรากฏเมื่อผู้ขายต้องการปิดดีลรวดเร็วและชัดเจน

สำหรับผู้ซื้อต่างชาติ การเจรจาที่เป็นจริงได้:

  • สำหรับมือสอง: ยืนกรานขอ 50/50 เว้นแต่ราคาสะท้อนว่าคุณจ่ายมากกว่า
  • สำหรับออฟแพลนจากผู้พัฒนา: พยายามเจรจาให้เป็น 50/50 หากผู้พัฒนายืนกราน ให้รวม 2% ไว้ในต้นทุนรวม
  • สำหรับผู้ขายเร่งรีบหรือมีแรงกดดัน: ขอให้ผู้ขายรับผิดชอบทั้งหมดเป็นส่วนหนึ่งของข้อเสนอที่ชัดเจน

ข้อพิพาทในวันโอน

ข้อพิพาทเกี่ยวกับการจัดสรรค่าธรรมเนียมโอนบางครั้งปะทุขึ้นที่สำนักงานที่ดิน (Land Office) เมื่อ SPA ไม่ได้ระบุหรือระบุไม่ชัดเจน เจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดินไม่ได้เลือกข้าง — พวกเขาเรียกเก็บค่าธรรมเนียม ส่วนการแบ่งกันระหว่างคู่สัญญาเป็นเรื่องที่คู่สัญญาต้องแก้ไขเอง

หากมาถึงสำนักงานที่ดินโดยไม่มีความชัดเจนว่าใครเป็นผู้จ่าย คาดว่าจะเกิด:

  • การเจรจา 30 นาทีในทางเดิน
  • แรงกดดันให้ “จ่ายไปก่อนแล้วค่อยตกลงกันทีหลัง”
  • ความเสี่ยงที่การโอนจะล่าช้าหากไม่มีฝ่ายใดยอมจ่าย

วิธีแก้คือระบุให้ชัดเจนใน SPA ต้นทุนของความชัดเจนในสัญญาเป็นศูนย์ แต่ต้นทุนของการแก้ไขข้อพิพาทที่สำนักงานที่ดินมีจริง (การโอนล่าช้า ความสัมพันธ์ที่ตึงเครียด การเดินทางพิเศษหากต้องนัดใหม่)

ความหมายสำหรับผู้ซื้อในปี 2569

สามกฎ:

  1. ตั้งงบ 2% เต็มสำหรับผู้ซื้อต่างชาติ อย่าวางแผนด้วยมาตรการกระตุ้น 0.01% เพราะไม่ใช่สำหรับคุณ

  2. เจรจาการแบ่งใน SPA ไม่ใช่วันโอน ระบุให้ชัดเจนว่าใครจ่าย ใช้ค่าเริ่มต้น 50/50 สำหรับมือสอง ผลักกลับหากถูกเรียกให้จ่าย 100% ในสัญญาผู้พัฒนาที่ราคาไม่ได้ลดลง

  3. ชำระส่วนแบ่งผู้ซื้อด้วยแคชเชียร์เช็คสั่งจ่ายสำนักงานที่ดิน จัดเตรียมเช็คก่อนวันโอนหนึ่งวัน อย่านำเงินสดสำหรับธุรกรรมขนาดอสังหาริมทรัพย์

สำหรับบริบทภาษีในภาพรวม: ภาษีและค่าธรรมเนียมเมื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ในไทย — ครบทุกรายการปี 2026 สำหรับขั้นตอนสำนักงานที่ดิน: วันโอนกรรมสิทธิ์ที่สำนักงานที่ดินในประเทศไทย — เกิดอะไรขึ้นจริงๆ สำหรับภาษีหัก ณ ที่จ่าย (withholding tax) (ภาษีหลักของผู้ขาย): ภาษีหัก ณ ที่จ่าย จากการขายอสังหาริมทรัพย์ในไทย — วิธีที่สำนักงานที่ดินคำนวณ สำหรับการเจรจา SPA: สัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ (SPA) ในประเทศไทย — สิ่งที่ชาวต่างชาติควรรู้

แหล่งข้อมูล

คำถามที่พบบ่อย

ค่าธรรมเนียมโอนกรรมสิทธิ์ในไทยเท่าไหร่?

2% ของราคาประเมิน จ่าย ณ สำนักงานที่ดิน (Land Office) ในวันโอน ราคาประเมินกำหนดโดยกรมธนารักษ์และมักต่ำกว่าราคาตลาด 30–50% มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลปี 2568–2569 ลดอัตราเหลือ 0.01% สำหรับที่อยู่อาศัยมูลค่าต่ำกว่า 7 ล้านบาท แต่ใช้ได้เฉพาะคนสัญชาติไทยเท่านั้น ผู้ซื้อต่างชาติยังคงจ่ายอัตราเต็ม 2%

ใครเป็นผู้จ่ายค่าธรรมเนียมโอนกรรมสิทธิ์ในไทย?

ตามธรรมเนียมปฏิบัติ ค่าธรรมเนียมโอนกรรมสิทธิ์แบ่งกันจ่าย 50/50 ระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย การแบ่งสัดส่วนนี้เจรจาได้ในสัญญาซื้อขาย (SPA) สัญญา SPA ของโครงการใหม่จากผู้พัฒนาในภูเก็ตมักผลักภาระค่าธรรมเนียม 2% เต็มให้ผู้ซื้อ ส่วนการซื้อขายมือสองมักใช้การแบ่ง 50/50 หาก SPA ไม่ระบุ ธรรมเนียมปฏิบัติจะเป็นค่าเริ่มต้น แต่ข้อพิพาทอาจเกิดขึ้นในวันโอน จึงควรระบุให้ชัดเจนใน SPA

อัตรา 0.01% ใช้กับชาวต่างชาติด้วยไหม?

ไม่ พระราชกฤษฎีกาที่สร้างมาตรการกระตุ้นปี 2568–2569 จำกัดอัตรา 0.01% ให้เฉพาะคนสัญชาติไทยที่ซื้อที่อยู่อาศัยเพื่อใช้อยู่เองที่มีมูลค่าต่ำกว่า 7 ล้านบาท ผู้ซื้อต่างชาติ รวมถึงชาวต่างชาติที่แต่งงานกับคนไทยโดยคู่สมรสต่างชาติเป็นผู้ซื้อที่จดทะเบียน ยังคงจ่ายอัตราเต็ม 2% บางสำนักนายหน้าสื่อสารว่าต่างชาติอาจได้รับประโยชน์ด้วย ซึ่งไม่ถูกต้อง ให้ถือว่าต้องจ่าย 2% หากเจ้าหน้าที่ที่ดินใช้อัตราลด ให้ถือเป็นโบนัสที่ไม่ได้คาดหวัง

ราคาประเมินคำนวณอย่างไร?

กรมธนารักษ์ของไทยดูแลฐานข้อมูลราคาประเมินสำหรับที่ดินและห้องชุดที่จดทะเบียนทั้งหมด โดยมีการปรับปรุงเป็นระยะ เจ้าหน้าที่สำนักงานที่ดิน (Land Office) จะดึงราคาประเมินจากฐานข้อมูลนี้ในวันโอน ราคาประเมินโดยทั่วไปต่ำกว่าราคาตลาด 30–50% ขึ้นอยู่กับพื้นที่และความใหม่ของฐานข้อมูล ผู้ซื้อและผู้ขายไม่สามารถต่อรองตัวเลขนี้ได้ เนื่องจากกำหนดโดยหน่วยงานรัฐ